Ruengdd เรื่องเด่น ประเด็นร้อน รวมเรื่องฮิต ทุกวัน

วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ทงอีพร้อมเรื่องย่อและทำความรู้จักนางเอกฮัน ฮโยจูและพระเอกจี จินฮี






ชื่อหนัง (เกาหลี/จีน/ญี่ปุ่น) : 동이 / Dong Yi
นักแสดง : Han Hyo Joo, Ji Jin Hee, Bae Soo Bin, Lee So Yeon
กำกับโดย : Lee Byung Hoon, Kim Sang Hyub (김상협)
จำนวนตอน : 50
ประเภท : Historical
เขียนบทโดย : Kim Yi Young
ปี : 2553
เริ่มออกอากาศ : 8 มี.ค. 2553 ทางช่อง3
เรื่องย่อ ทงอี จอมนางคู่บัลลังก์ (Dong Yi):
ทงอี (รับบทโดย ฮันฮโยจู) เป็นเด็กสาวที่เกิดในชนชั้นชอนมิน ชนชั้นที่ต่ำที่สุดในสังคม แต่กระนั้นพ่อกับเธอและ ดงจู พี่ชายที่เป็นหัวหน้าของ คอมคเย หรือ สมาคมนักดาบ องค์การต่อต้านการปกครองในสมัยนั้นก็ยังใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข แต่จู่ๆ ก็มีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นทำให้ครอบครัวของเธอถูกใส่ร้ายในสื่งที่ไม่ได้ทำ จนต้องโทษประหารชีวิต จึงทำให้ทงอีและ ครอบครัวต้องหนีหัวซุกหัวซุน แต่พ่อกับพี่ชายของเธอกลับหนีไม่รอด ทงอีจึงกำพร้าตั้งแต่เด็ก แถมยังถูก ซอยงกี (รับบทโดย ซุนจียอง) หน่วยจับกุมผู้กระทำความผิด หรือเจ้าหน้าที่ศาลในสมัยโซซอนคอยไล่ล่าตัวเธออย่าไม่ลดละ เธอจึงต้องแอบเข้าไปซ่อนตัวอยู่ใน ชังอักวอน หน่วยราชการที่ดูแลด้านการร่ายรำและเครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงในพระราชวัง จากความช่วยเหลือของนางโลมที่ชื่อ ซอลฮี และ ชาชอนชู
(รับบทโดย แบซูบิน) เพื่อนสนิทของพี่ชายเธอ



ต่อจากนั้นด้วยความที่ทงอีมีปฏิภาณไหวพริบ และเป็นมิตร คอยให้ความช่วยเหลือทุกคนจึงทำให้เธอได้เข้าไปทำงานในวัง และได้พบกับ พระเจ้าซุกจง (รับบทโดย จีจินฮี) โดยบังเอิญภายนอกพระราชวัง เนื่องจากพระเจ้าซุกจงปลอมตัวออกไปตรวจราชการ จึงทำให้ทงอีไม่ทราบถึงฐานะที่แท้จริงของพระเจ้าซุกจง และจากความสามารถในการแก้ไขปัญหาที่ไม่มีใครคลี่คลายได้ของเธอ จึงทำให้พระองค์ประทับใจถึงกับเลื่อนฐานะให้เธอจากหญิงรับใช้ที่คอยดูแลนักดนตรีขึ้นมาเป็นนางสนม และได้พระนามใหม่ว่า พระสนมชซุกบินชเว
ต่อมาพระนางก็ได้ให้กำเนิด องค์ชายยอนอิงคุง ให้กับพระเจ้าซุกจง จึงเป็นที่โปรดปรานมากขึ้นไปอีกและด้วยสาเหตุนี้จึงทำให้เธอต้องขัดแย้งกับ พระสนสนมฮีบินซัง อย่างช่วยไม่ได้ เพราะคิดว่าพระนางเคยเป็นคนต่ำต้อย และไม่มีหัวนอนปลายเท้าริอาจผยองมาเชิดชูคอในวังได้ จึงทำให้พระสนมซุกบินซเวจึงต้องพบกับสภาพที่เลวร้าย และถูกกดดันกลั่นแกล้งจากคนในวังเรื่อยมา
พระสนมซุกบินชเวจึงได้แต่อดทนอดกลั้นและเก็บทุกอย่างเอาไว้ในใจเพื่อให้ตัวเองและองค์ชายยอนอิงคุน พระโอรสสามารถอยู่รอดท่ามกลางกลุ่มการเมืองที่กระหายอำนาจได้ ทั้งยังพยายามทำหน้าที่แม่คอยเลี้ยงดูลูกชายด้วยความรักและพร้อมให้การอบรมลูกชายอย่างดีสมฐานะจนในที่สุด องค์ชายยอนอิงคุน สามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งกษัตริย์องค์ที่ 21 ของอาณาจักรโซซอนได้สำเร็จ และได้รับพระนามใหม่ว่า พระเจ้ายองโจ
ฮัน ฮโยจู (Han Hyo Joo) รับบทเป็นนางเอกสาว ในผลงานละครเรื่องใหม่ฝีมือโปรดิวเซอร์ อีบยองฮุน (Lee Byung Hoon) เจ้าของผลงาน ‘แดจังกึม’ และ ‘อีซาน (ISan)’
บทบาท ของ ฮันฮโยจู ในนาม ‘ดงอี’ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงยุคสมัยของโชซอน เกี่ยวกับคนธรรมดาที่เต็มไปด้วยความยากลำบากอย่าง ดงอี ที่ได้เข้ามาเป็นนางสนมในพระราชวังในนามของ ‘ชเวซุกบิน’ สุดท้ายเธอก็ได้มาลงรอยกับพระราชา ‘ซุกจง’ และได้กลายมาเป็นแม่ของพระราชา ‘ยองโจ’ กษัตริย์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังอีกด้วย
นักแสดง ทงอี จอมนางคู่บัลลังก์ (Dong Yi) :
ฮันฮโยจู รับบท ทงอี ต่อมา สนมชอยซุกบิน
(Han Hyo Joo as Choi Dong Yi,
later Choi Sook-Bin)
จีจินฮี รับบท พระเจ้าซุกจง
(Ji Jin Hee as King Sukjong)
อีโซยุน รับบท พระสนมฮีบินซัง
(Lee So Yeon as Jang Hee-Bin, Jang Ok Jung)
ปาร์คฮาซัน รับบท พระมเหสีอินวอน
(Park Ha Sun as Queen Inhyeon)
ชุนจียอง รับบท ซอยงกี
(Jung Jin Young as Seo Yong Gi)


ทงอี จอมนางคู่บัลลังก์ (Dong Yi)


ทงอี จอมนางคู่บัลลังก์ (Dong Yi)

นักแสดง



ฮันฮโยจู รับบท ทงอี ต่อมา สนมชอยซุกบิน

รู้จัก นางเอกดัง “ฮัน ฮโยจู” จาก ทงอี

แม้ว่าในระยะนี้บ้านเราจะมีซีรีส์เกาหลีเข้ามาฉายมากมาย แต่คงไม่มีเรื่องไหนที่ผู้คนจะพูดถึงมากไปกว่า “ทงอี จอมนางคู่บัลลังก์” ที่มีเนื้อหาเข้มข้นตั้งแต่ออกอากาศครั้งแรก ซึ่งความนิยมของซีรีส์เรื่องนี้ ก็พลอยทำให้เหล่าบรรดานักแสดงของเรื่องกลายเป็นขวัญใจของ ผู้ชมในบ้านเรากันทั่วหน้า
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักแสดงสาวเจ้าของรอยยิ้มสดใสผู้รับบท “ทงอี” นางเอกของเรื่อง เธอคือ “ฮัน ฮโยจู
ฮัน ฮโยจู เกิดเมื่อ 22 ก.พ. 2530 ปัจจุบันอายุ 24 ปี บ้านเกิดอยู่เมืองชองจู เกาหลีใต้ จบปริญญาตรีสาขาการละครและภาพยนตร์จากมหาวิทยาลัยดองกุ๊ก และเข้าวงการบันเทิงเมื่ออายุ 18 ปีจากการประกวดสาวงามในเวทีระดับวัยรุ่น
รอยยิ้มที่สดใส บุคลิกที่น่ารักและความเป็นตัวของตัวเอง ทำให้เธอได้รับบทนำในละครซิตคอมวัยรุ่นเรื่อง “Non Stop 5” เมื่อปี 2547 ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นขวัญใจของวัยทีน เกาหลีนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
หลังจากนั้น ฮโยจูก็มีงานแสดงอย่าง ต่อเนื่องทั้งภาพยนตร์และซีรีส์โดยเฉพาะซีรีส์มีหลายเรื่องที่เข้ามาโด่งดังในบ้านเราไม่ว่าจะเป็นอิลจิแม วีรบุรุษจอมโจรจดหมายรักสู่ปลายฟ้า และดนตรีรักหัวใจปรารถนา (Spring Waltz) ก่อนจะมาดังสุดขีดกับบทของทงอี และอีกไม่นานก็จะมี Only You ภาพยนตร์ซึ่งเธอรับบทเป็นหญิงสาวตาบอด ออกมาให้ได้ชมกัน
6 ปีของการโลดแล่นบนเส้นทางบันเทิง ฮโยจูพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้มีดีแค่รูปร่างที่สูงโปร่ง จากการเป็นเจ้าของความสูง 171 ซ.ม. หรือไม่ใช่เพราะรอยยิ้มที่สดใสที่ทำให้เธอเป็นขวัญใจของแฟนหนังแฟนละครมากมาย แต่ฝีมือการแสดงของเธอก็ยังไม่เป็นสองรองใคร ด้วยการคว้ารางวัลที่เกี่ยวกับการแสดงมาแล้วมากกว่า 15 รางวัล
เฉพาะรางวัลที่ได้เธอรับจาก “ทงอี” ก็ 3 รางวัลเข้าไปแล้ว ได้แก่รางวัล MBC Drama Awards สาขาดารายอดนิยมรางวัล Korea Drama Festival สาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยม และรางวัล Baeksang Arts Awards สาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยม
ฮโยจูพูดถึงบทบาทสำคัญในชีวิต ซึ่งเธอต้องเล่นเป็นทงอี หญิงสาวที่เกิดมาในครอบครัวชนชั้นต่ำ แต่โชคชะตาทำให้เธอได้กลายเป็นสนมของพระเจ้าซุกจงและมีโอกาสจะได้เป็นมเหสี แต่ทุกย่างก้าวของเธอล้วนเต็มไปด้วยอุปสรรคว่า “ฉันรู้สึกถึงความกดดันมากมายที่ถาโถม เข้าใส่ ละครเรื่องนี้เป็นละครฟอร์มยักษ์และฉันก็ต้อง เล่นเป็นตัวเอกของเรื่อง ฉันรู้สึกว่าต้องทำให้ดีที่สุด ทุกคนต่างก็พูดถึงมัน ซึ่งก็ยิ่งทำ ให้ฉันเครียด ฉันจึงเปลี่ยนมาคิดว่าพยายามทำงาน ของตัวเองไปเงียบๆ แต่ทำให้ดีที่สุดจะดีกว่า”
“ตอนแรกฉันลังเลใจที่จะเล่นเรื่องนี้ เพราะการต้องเล่นละครย้อนยุคมันไม่ง่ายเลย แล้วฉันก็ยังต้องเล่นตั้งแต่เป็นวัยรุ่นจนอายุ 50 ฉันไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือเปล่า แต่สุดท้ายฉันก็เปลี่ยนใจ เพราะคิดว่า เมื่อมีโอกาสเข้ามา ฉันก็ควรจะรับมันไว้ ตอนนี้ฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้รับบทนั้น บทที่นักแสดงอย่างเรามีโอกาสได้เล่นไม่บ่อยนัก”
นอกจากบ้านเราแล้ว “ทงอี” ก็ยังเข้าไปโกยความนิยมในญี่ปุ่นได้พอสมควร แม้เมื่อเทียบกับบ้านเราแล้วจะดูน้อยไปหน่อย แต่ต้องไม่ลืมว่าตลาดซีรีส์ของญี่ปุ่นเองก็มีความเข้มแข็งอยู่แล้ว อีกทั้งความเป็นชาตินิยมก็ยังทำให้ชาวญี่ปุ่นเลือกที่จะสนับสนุนผลิตผลจากบ้านเกิดของตัวเองก่อนเสมอ
แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้ “ฮโยจู” กลายเป็นขวัญใจอันดับต้นๆ ของชาวญี่ปุ่นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนในบ้านเราคงไม่ต้องพูด อะไรมาก เพราะทุกวันนี้ นอกจากเธอจะทำแฟนๆ ชาวไทยเสียน้ำตาในบางตอน นั่งด่า พระสนมฮีบินอยู่บ่อยครั้งแล้ว
เธอก็ยังทำให้หลายคนไม่อยากออกจากบ้านในช่วงที่ซีรีส์ออกอากาศ เพราะไม่อยากพลาดเอาใจช่วย “ทงอี” แม้แต่ตอนเดียว
ที่มา : http://www.khaosod.co.th/ (วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 756 หน้า 20)










จีจินฮี รับบท พระเจ้าซุกจง

ประวัติ Ji Jin-hee (จี จินฮี


เกิด 24 มิถุนายน 2516 ที่กรุงโซล เป็นลูกชายคนเดียวของตระกูล ส่วนสูง 178 เซนติเมตร น้ำหนัก 71 กิโลกรัม กรุ๊ปเลือด บี กิจกรรมยามว่างงานชอบท่องเที่ยวทัศนาจร ทำอาหาร ทำงานบ้าน เวลาเครียดมักจะวาดรูป ชอบผลงานของปิกัสโซ่ หรือไม่ก็เดินออกกำลังกายแล้วกลับมานอนแช่น้ำอุ่นเพื่อผ่อนคลายให้ร่างกายรู้สึกสบายขึ้น ความสามารถพิเศษทำอาหาร งานศิลปะ และถ่ายภาพ ฝีมือระดับเคยเป็นช่างภาพมาแล้ว
ดาราคนโปรด จงฉู่หง ทั้งเป็นแฟนละครของลียองเอ มีเรื่องเล่าว่าพอจินฮีรู้ว่าจะได้แสดงคู่กับลียองเอ เขาดีใจมากถึงขนาดแอบไปร้องไห้ในห้องน้ำ ก่อนเข้าวงการเป็นคนเงียบขรึม วันๆ แทบไม่คุยกับใคร เมื่อมาเป็นนักแสดงก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าลำบากใจมาก ต้องพยามยามปรับเปลี่ยนตัวเองกระทั่งกลายเป็นอีกคนหนึ่งที่สื่อสารกับคนรอบข้างได้ดีขึ้นมาก เขาบอกว่าวงการบันเทิงมีส่วนช่วยให้รู้จักมองโลกในอีกแง่มุมหนึ่ง คติประจำใจ ถ้าคนเรามองโลกในแง่ดีกันทุกคน ชีวิตจะรับรู้ได้ถึงความสุข ไม่ต้องไปคิดมากให้ยุ่งยากใจ
จินฮีอธิบายถึงตัวเองว่าเป็นคนเรียบง่าย แต่มุ่งมั่นในการงานที่ทำ และมีความสุขกับความรักที่ไร้เงื่อนไข ตอนนี้จินฮีของแฟนๆ ก็เลยสละโสดไปเรียบร้อยเมื่อปลายปี 2547 กับ ลี ซิว ยอง ครีเอทีฟบริษัทโฆษณา หลังจากคบหาดูใจกันนานถึง 6 ปี ชีวิตคู่ของเขามีความสุขและเข้าใจกันดี จินฮีพูดถึงภรรยาว่าเป็นคนสวยหวาน นุ่มนวล แต่ก็ดูเซ็กซี่ มีส่วนคล้ายจงฉู่หงมาก
มุมมองความรักคือ ความรักไม่ใช่สินค้าหรืออะไรที่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน ขอให้รักเข้าใจกันแบบไร้เงื่อนไขแค่นี้ก็มีความสุขแล้ว จินฮียอมรับว่าเป็นคนไม่โรแมนติก ไม่ชอบแสดงออก มีแต่ความจริงใจที่จะมอบให้
ผลงานละครทีวี- ปี 2005 Spring Days และ Miss Kim"s Adventures in Making a Million
- ปี 2003 Dae Jang-geum แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง และ Love Letter
- ปี 2002 Passing Rain
- ปี 2001 Sang Mi Bit In Saeng และ Four Sister Story
- ปี 2000 Juliet"s Boyfriend, Sarang Ba Gen Nan Mol Ri และ Yeo Bi Seo ส่วนภาพยนตร์
- ปี 2005 Perhaps Love หนังฮ่องกงกำกับโดยปีเตอร์ ชาน ร่วมแสดงกับเฉินหลง จินเฉิงอู่ ได้รับเกียรติให้ฉายใน
   เทศกาลภาพยนตร์เวนิซด้วย
 ปี 2002 เรื่อง H ส่วนผลงานอื่นๆ ได้แก่ พรีเซ็นเตอร์โฆษณา และมิวสิควิดีโอ





ตัวละครหลัก (คาแรคเตอร์) นักแสดง






ฮันฮโยจู รับบท ทงอี ต่อมา สนมชอยซุกบิน
(Han Hyo Joo as Choi Dong Yi,
later Choi Sook-Bin)
หญิงสาวรับใช้ ผู้กลายมาเป็นสนมในกษัตริย์ซุกจง นามว่า สนมซอยซุกบิน ตำแหน่งสนมลำดับขั้นที่สามหลังจากสูญเสียพ่อและพี่ชายที่ต้องรับโทษจากความผิดที่พวกเขาไม่ได้ทำ ก็ทำให้ ทงอี ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังโดยมี ชาชอนชู คอยให้ความช่วยเหลือ ด้วยบุคลิกที่สดใสร่าเริง และมีสติปัญญา รวมไปถึงไหวพริบดี อีกทั้งยังเป็นคนที่มีหัวใจอบอุ่นจึงทำให้เธอได้เข้าไปทำงานในวังในฐานะคน รับใช้จนเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าซุกจง จึงทำให้เธอได้รับการแต่งตั้งเป็นสนม ซึ่งสร้างความไม่พอใจกับพระสนมคนอื่นๆ จนมีการเปิดศึกกันในวัง


จีจินฮี รับบท พระเจ้าซุกจง
(Ji Jin Hee as King Sukjong)

กษัตริย์องค์ที่ 19 แห่งราชวงศ์โซซอน พระองค์
ทรงเป็นกษัตริย์องค์แรกที่ประสบความสำเร็จทาง
ด้าน การรวมอำนาจภายใต้การปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของโซซอน ทั้งนี้พระองค์ทรงมีความเป็นผู้นำสูงและมีความรู้ในด้านต่างๆ อย่างลึกซึ้ง และด้วยพระปรีชาสามารถนี้เองจึงทำให้พระองค์ทรงฉลาดเลือกใช้คน ทั้งยังสามารถบริหารงานพวกข้าราชการชั้นสูงที่มีเล่ห์เหลี่ยมได้ นอกจากนี้ก็ยังทรงเล่นการเมืองได้อย่างเฉียบขาดจนทำให้อาณาจักรของตนรอดพ้น จากวิกฤตการณ์ต่างๆ มาได้นับครั้งไม่ถ้วน เมื่อพระองค์ได้พบทงอีครั้งแรกโดยบังเอิญ พระองค์ทรงประทับใจกับความเก่ง และฉลาดของเธอ ภายหลังจึงทรงแต่งตั้งเป็นสนมลำดับที่ 3 ซอยซุกบิน





อีโซยุน
 รับบท พระสนมฮีบินซัง
(Lee So Yeon as Jang Hee-Bin, Jang Ok Jung)


ชื่อเดิมของเธอคือ ชังอคจอง เธอเข้าวังด้วยความช่วยเหลือของ โชซาซอก ข้าราชการฝ่ายพลเรือนคนหนึ่งจนได้มาพบรักกับ พระเจ้าซุกจง เธอ ได้รับความรักของพระราชาชุกจง ต่อมาเธอถูกขับไล่ออกจากวังโดยพระพันปี ภายหลังเธอประสบความสำเร็จได้รับอำนาจกลับคืนมาจาการช่วยเหลือของ นัมอินและกลับมาที่พระราชวังอีกครั้ง จากนั้นนางก็ให้กำเนิดองค์ชายคยูน ให้กับพระเจ้าซุกจง จนได้รับการแต่งตั้งเป็น พระสนมฮีบินชัง และได้เลื่อนขั้นมาเป็นพระมเหสีอยู่ระยะหนึ่งก่อนที่จะถูกลดยศกลับลงมาเป็นพระสนมตามเดิม



แบซูบิน รับบท ชาชอนซู
(Bae Soo Bin as Cha Chun Soo)

ผู้ นำคนใหม่ขององค์กรทหารลับของฮันยาง เบื้องหน้าในช่วงเช้่าเขาทำงานเป็นนายตรวจศพ แต่เป้าหมายที่แท้จริงของเขาคือ ตรวจสอบการทำงานของเหล่าขุนนางในช่วงกลางคืน เขามีความสนใจในตำราเรียนต่างๆ และสามารถในด้านการต่อสู้ เขาเป็นเพื่อนสนิทกับพี่ชายของทงอี และดูแลทงอีแทนพ่อและพี่ชายที่เสียไป เขาไม่เคยลืมคำของเด็กหญิงนามดทงอีเลย "เมื่อฉันโตขึ้นฉันจะแต่งงานกับพี่ซุนซู" เขารักทงอีเทียบเท่ากับชีวิตของเขาเลยทีเดียว






ปาร์คฮาซัน
 รับบท พระมเหสีอินวอน
(Park Ha Sun as Queen Inhyeon)

พระ มเหสีองค์แรกในกษัตริย์ซุกจง ผู้เป็นกษัตริย์แห่งราชวงศ์โซซอนองค์ที่ 19 เธอมีหัวใจอบอุ่น เป็นคนมีเมตตา แต่ไม่รับความสนใจจากพระราชาซุกจง ต่อมาถูกขับออกจากวังโดยการวางแผนให้ร้ายของพระสนมฮีบินซัง ภายหลังเธอกลับมาเป็นราชินีอีกครั้งโดยการช่วยเหลือของทงอี แต่น่าเสียดายที่พระนางมาป่วยเสียชีวิตไปก่อน อย่างไรก็ตามเธอไว้วางใจทงอีอย่างมาก และให้ความช่วยเหลือสนับสนุนทงอีเสมอมา





ชุนจียอง 
รับบท ซอยงกี
(Jung Jin Young as Seo Yong Gi)



หัวหน้าตำรวจมือปราบ ผู้มีความเที่ยงตรงและรอบคอบเป็นอย่างมาก เขาเป็นเหมือนลูกศิษย์ของพ่อทงอี ในอดีตพ่อของเขาถูกฆ่าตายโดยการวางแผนของกลุ่มขุนนาง และป้ายความผิดให้พ่อของทงอีเป็นผู้กระทำในนามของสมาคมนักดาบ เขาจึงรู้สึกเหมือนถูกทรยศ และสาบานว่าจะแก้แค้นให้ได้
และตามหาความจริงว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์การตายของบิดาตน

เรื่องย่อตอนที่1-60


ตอนที่ 1

เช้าตรู่ในปี 1680 มีขุนนางใหญ่ถูกสังหาร เด็กน้อยทงอีที่ถูกจัดว่าเป็นสังคมชนชั้นล่างได้บังเอิญไปพบกับการตายของขุน นางใหญ่เข้า หลังจากมีการชันสูตรศพ ทางกองมือปราบเข้าใจว่าเป็นฝีมือของกลุ่มคองเก องค์กรของชนชั้นล่างที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ไม่ได้รับความ ยุติธรรม แต่ความเป็นจริงแล้วคดีนี้กลับเป็นฝีมือของหัวหน้ากลุ่มขุนนางฝ่ายใต้แทซุก ที่ต้องการจะป้ายสีไปให้..



ตอนที่ 2

เชยอวอนเรียกประชุมดวนกลุ่มคอมเก เพื่อจะตามหาฆาตกร และได้ส่งลูกสาวทงอีไปหลบซ่อนตัวไว้ แต่ทงอีกลับแอบหนีไปกล่าวคำอวยพรที่บ้านของตัวบงการแทซุก ทำให้แทซุกส่งคนมาจับทงอี พร้อมส่งคนวางแผนฆ่ารองประธานสภาแล้วยัดข้อให้ให้กลุ่มคอมเก จนกระทั่งจับตัวเชยอวอนกับเชทงจูได้



ตอนที่ 3

ทงจูได้ฝากฝังทงอีไว้ให้ชอนซูช่วยดูแล ขณะที่กลุ่มคองเกวางแผนจะปล้นนักโทษ หลังจากเกิดการปะทะ สมาชิกคอมเกถูกสังหารไปเป็นจำนวนมาก ในศึกครั้งนี้ทงจูถูกธนูยิน เชยอวอนก็ถูกแทง ด้านแทซุกได้เชิญคิมฮวันมาตรวจดวงชะตาของอ๊กจอง และได้ทำนายว่านางจะมีวาสนาอันยิ่งใหญ่ 



ตอนที่ 4

นางโลมซอลฮีได้ทำตามคำขอร้องของทงอี ที่จะเข้าไปอยู่ในวัง เพื่อหลบหนีจากการตามล่าของมือปราบและตามหาความจริงในคดี ซอลฮีจึงขอให้ผู้คุมกองดนตรีจูซิก ช่วยรับทงอีเข้าไปในกองดนตรีในวัง



ตอนที่ 5

จางอิ๊กจองกำลังพบเจอกับกับดักที่พระพันปีวางไว้ ทำให้แทซุกผู้ที่คอยปกป้องนางรู้สึกถึงอันตรายที่มาคุกคาม ขณะที่ทงอีต้องการที่จะล้างมลทินให้กับพ่อจึงพยายามตามหาคนที่มีป้ายพกรูป ผีเสื้อ แต่กลับถูกคนจับกุมตัวไปแทน



ตอนที่ 6

ทงอีที่ถูกจับไป ทำให้ไปพบศพคนทำเครื่องดนตรีที่เสียชีวิต ขณะที่หนีออกมาแจ้งมือปราบ ศพกลับถูกย้ายไปเรียบร้อยแล้ว ขณะที่กำลังพยายามตามสืบเรื่องนี้โดยลำพัง ก็บังเอิญได้ไปพบกับพระเจ้าซุกจงที่ปลอมตัวออกมาประพาส



ตอนที่ 7

เมื่อทงอีกับพระเจ้าซุกจงรอดพ้นอันตรายมาได้ ทำให้พระพันปีเกิดความวิตกกังวล เมื่อคดีดนตรีวิบัติคลี่คลาย พระเจ้าซุกจงจึงได้พระราชทานอาหารและของกำนัลให้ทงอี ขณะที่จางซังกุงที่ทงอีต้องการพบนั้น จู่ๆก็เรียกทงอีเข้าไปพบโดยไม่คาดฝัน





ตอนที่ 8

ทงอีของดูป้ายพกติดตัวของจางซังกุง ในขณะที่ในวังมีการประกาศลดขั้นขุนนางฝ่ายตะวันตก แล้วก็เลื่อนขั้นให้กับขุนนางฝ่ายใต้ แต่ไม่นานก็พบว่ามีคนวางยาพิษในโอสถของพระมเหสี ทำให้กลุ่มฝ่ายใต้ติดกับดักอีกครั้ง



ตอนที่ 9

หมอที่แม่ของจางซังกุงไปซื้อยาถูกคนฆ่าตาย ทงอีถูกจับไปสอบสวนที่กองปราบ ในขณะนั้นทำให้ได้พบกับซอโยงกี ขณะที่กลุ่มของพระพันปีเมื่อทราบว่าจางซังกุงทำผิดกฎแอบเอายา จากภายนอกเข้าวังจึงตัดสินใจส่งหนังสือไปที่กองปราบเพื่อให้เอาผิดกับจางซัง กุง



ตอนที่ 10

จางซังกุงมาช่วยทงอีไว้ก่อนที่จะถูกลงทัณฑ์ทรมาน ขณะที่พระเจ้าซุกจงก็มีรับสั่งให้ซอโยงกีแอบสืบคดีนี้ไปด้วย ขณะที่จางซังกุงถูกให้ร้ายจนดูเหมือนจะไม่รอด โฮแทซุกจึงตัดสินใจที่จะให้ทงอีมาเป็นแพะรับบาปในคดีนี้แทน



ตอนที่ 11

จางซังกุงมาช่วยทงอีไว้ก่อนที่จะถูกลงทัณฑ์ทรมาน ขณะที่พระเจ้าซุกจงก็มีรับสั่งให้ซอโยงกีแอบสืบคดีนี้ไปด้วย ขณะที่จางซังกุงถูกให้ร้ายจนดูเหมือนจะไม่รอด โฮแทซุกจึงตัดสินใจที่จะให้ทงอีมาเป็นแพะรับบาปในคดีนี้แทน



ตอนที่ 12

เนื่องจากทงอีมีชาติกำเนิดเป็นชนชั้นต่ำ ทำให้ถูกนางในฝ่ายตรวจการกีดกัน และได้วางแผนเพื่อที่จะขับไล่ทงอีกออกไป ส่วนจางฮีเจ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการกองปราบขวา



ตอนที่ 13

ทงอีถูกดึงเข้าสู่การทดสอบของฝ่ายตรวจการ ซึ่งหากสอบไม่ผ่านจะต้องถูกคัดออก ด้วยความช่วยเหลือจากพระมเหสี ทงอีที่สอบตกจึงได้โอกาสให้เตรียมตัวสามวัน ขณะที่จูซิกกับยูนดัลสงสัยในตัวชอนซู จึงแอบไปค้นห่อสัมภาระแล้วเจอผ้าโพกหัวที่มีสัญลักษณ์สำคัญอยู่ และเอาไปปรึกษากับทงอี



ตอนที่ 14

ในที่สุดชอนซูก็ได้มาพบกับทงอี ขณะเดียวกัน ก็มีทูตจากต้าชิงมาเยืน คนของทางกองปราบทราบมาว่า หนึ่งในขันทีที่ติดตามมามียูนดัลที่เป็นพ่อค้าตลาดมืด ซึ่งทงอีได้ไปเจอเงื่อนงำสำคัญ แต่สุดท้ายทูตต้าชิงรู้เรื่องการแอบสืบเข้า การสืบของฝ่ายตรวจการจึงต้องจบลง แต่ทงอียังไม่หมดความพยายามที่จะกลับเข้าไปสืบต่ออีกครั้ง



ตอนที่ 15

ทงอีรู้ฐานะที่แท้จริงของพระราชา ก็รู้สึกหวาดกลัวว่าจะถูกลงโทษ ขณะเดียวกันซอโยงกีก็สามารถนำรหัสลับที่ทงอีหามา ไปจับกุมของกลางได้ แต่กลับกลายเป็นว่าขุนนางของต้าชิงกลับฆ่าตัวตาย ทำให้ทูตต้าชิงร้องของให้โชซอนมอบตัวทงอีไปให้ สุดท้ายทงอีจึงตัดสินใจไปมอบตัวที่เรือนรับรองของคณะทูตด้วยตัวเอง



ตอนที่ 16

ทงอีไปพบกับคณะทูตต้าชิง เพื่อขอเวลาพิสูจน์ความจริงว่าทั้งหมดเป็นแผนของคิมยูนดัล ภายหลังชอนซูได้ช่วยให้ คิมยูนดัลถูกกองปราบจับตัว ทำให้ทงอีรอดจากคดีนี้ไปได้





ตอนที่ 17

พระเจ้าซุกจงแต่งตั้งจางซังกุงเป็นพระมเหสีขั้นที่สี่ และเลื่อนเป็นพระสนมเอกหลังจากที่ได้คลอดพระโอรสออกมา ในขณะที่พระพันปีกำลังคัดค้านเรื่องการตั้งรัชทายาท จู่ๆอาการประชวรก็ทรุดหนัก พระมเหสีอินฮอนสงสัยในเรื่องนี้ จึงให้ฝ่ายตรวจการคอยสืบว่าพระโอสถมีปัญหาหรือไม่



ตอนที่ 18

ทงอีตามสืบรู้ว่าหมอหลวงฮอเป็นคนใส่ยาที่มีฤทธิ์ข่มจนเป็นพิษในพระโอสถของ พระพันปี และรู้ว่าเบื้องหลังนี้เกี่ยวข้องกับตำหนักชีซอน พระสนมฮีบิน (อ๊กจอง) เรียกทงอีไปคุยเพื่อให้หยุดสืบสาวเรื่องนี้ต่อ แต่ทงอีกลับปฏิเสธไป



ตอนที่ 19

หมอหลวงฮอที่ถูกจับมากลับใส่ร้ายพระมเหสีอินฮอนว่าเป็นผู้วางแผนปลงพระชนม์ พระพันปี พระมเหสีได้ขอให้พระสนม ฮีบินหยุดแผนการทั้งหมด แต่ก็ถูกปฏิเสธ ทงอีจึงวางแผนพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้กับพระมเหสี แต่หลักฐานที่ได้ทั้งหมดกลับเป็นผลร้ายต่อพระมเหสีมากกว่า



ตอนที่ 20

จางฮีเจกลัวว่าแผนการปลงพระชนม์พระพันปีจะถูกเปิดโปงจึงคิดจะกำจัดทงอีทิ้ง ขณะที่กลุ่มขุนนางฝ่ายใต้ได้พยายามกดดันให้มีการปลดพระมเหสีอินฮอนทิ้ง แม้ว่าพระเจ้าซุกจงจะเชื่อใจพระมเหสี แต่ก็วางพระองค์ลำบาก ทงอีกับซอโยงกีพยายามหาทางช่วยเหลือพระมเหสี ทำให้ทงอีตัดสินใจไปหาจางฮีเจตามลำพัง



ตอนที่ 21

พระมเหสีถูกปลดเป็นสามัญชนจึงได้ฝากฝังทงอีให้ช่วยดูแลพระราชาด้วย จางฮีเจเมื่อได้อาศัยบารมีของอ๊กจอง ก็เริ่มไม่เห็นใครอยู่ในสายตา มีแต่ทงอีที่กล้าประกาศสงครามกับเขา อ๊กจองเองก็เริ่มกลัวในตัวทงอี จึงเรียกยูซังกุงให้วางแผนจัดการทงอี



ตอนที่ 22

ทงอียืนยันจะตรวจสอบกองพระคลัง โดยมีจองซังกุงกับฝ่ายตรวจการสนับสนุน จางฮีเจที่เคยยักยอกเงินจากกองพระคลังมาใช้ในคดีให้ร้ายพระมเหสีอินฮอนเห็น ทงอีจะเข้าไปตรวจ จึงเกิดร้อนใจ แต่พระราชาซุกจงกลับมีรับสั่งไม่ให้ฝ่ายตรวจการตรวจสอบเรื่องนี้ต่อ ขณะที่พระสนมอ๊ก จองได้ตัดสินใจให้จางฮีเจกำจัดทงอีทิ้งเสียจะได้ไม่เป็นภัยในภายหลัง



ตอนที่ 23

จางฮีเจส่งมือสังหารเข้าวังเพื่อตามฆ่าทงอี ทงอีจึงต้องกำหลักฐานหลบหนีเอาชีวิตรอด แต่ก็ยังถูกอาวุธลับของศัตรู ทางด้านพระเจ้าซุกจงที่ออกไปล่าสัตว์ คิดจะเอาหนังกวางที่ล่าได้มาทำรองเท้าให้ทงอี แต่แล้วเมื่อได้รับรายงานว่าห้องเอกสารกองพระคลังถูกวางเพลิง พระเจ้าซุกจงก็ต้องรู้สึกตระหนกกับสิ่งที่เกิดขึ้น



ตอนที่ 24

จางฮีเจส่งมือสังหารเข้าวังเพื่อตามฆ่าทงอี ทงอีจึงต้องกำหลักฐานหลบหนีเอาชีวิตรอด แต่ก็ยังถูกอาวุธลับของศัตรู ทางด้านพระเจ้าซุกจงที่ออกไปล่าสัตว์ คิดจะเอาหนังกวางที่ล่าได้มาทำรองเท้าให้ทงอี แต่แล้วเมื่อได้รับรายงานว่าห้องเอกสารกองพระคลังถูกวางเพลิง พระเจ้าซุกจงก็ต้องรู้สึกตระหนกกับสิ่งที่เกิดขึ้น



ตอนที่ 25

จางฮีเจมาปรากฎตัวที่อึยจู ทำให้ชึนวูนเทคได้ปลอมตัวไปเป็นล่ามเพื่อไปสืบหาสาเหตุการมาของจางฮีเจ และเมื่อรู้ว่าจางฮีเจจะนำบันทึกทางการทหารไปมอบให้ต้าชิง ทำให้วูนเทคและทงอีพยายามหาทางขัดขวาง



ตอนที่ 26

ในที่สุดทงอีก็รู้ถึงจุดประสงค์ที่จางฮีเจมายังอึยจู แต่ไม่นานจางฮีเจก็จับทงอีได้ และเมื่อรู้ถึงฐานะของวูนเทคที่ปลอมเป็นล่ามมา ก็มีคำสั่งให้ตามจับชิมวูนเทค ขณะที่อ๊กจองเริ่มรู้สึกกังวลในพระทัยของพระราชา จึงได้ร่วมกับกลุ่มฝ่ายใต้เพื่อวางแผนบางอย่าง



ตอนที่ 27

ในเมืองหลวงมีการแจกจ่ายรูปวาดของทงอี ทำให้ทงอีกับซอลฮีเข้าเมืองยากยิ่งขึ้น พระเจ้าซุกจงที่เป็นห่วงความปลอดภัยของทงอี จึงให้ตราอาญาสิทธิ์กับผู้บัญชาการซอ เพื่อให้ทำงานสะดวกยิ่งขึ้น ขณะที่มีการจัดงานพิธีเลี้ยงตัวไหม อ๊กจองกลับวางแผนให้มีการวางยาพิษตัวเอง



ตอนที่ 28

ในที่สุดพระมเหสีที่เป็นลมในงานเลี้ยงก็ได้สติกลับมา ศาลไต่สวนจึงทำการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับอดีตพระสนม ขณะที่ยูซังกุงก็ได้วางแผนให้ร้ายจนจองซังกุงกับจองอิมต้องถูกศาลไต่สวนจับ กุมตัวไป และในที่สุด ชอนซูก้ได้พบกับซอลฮี



ตอนที่ 29

ในที่สุดทงอีกก็ได้พบกับพระเจ้าซุกจง พระเจ้าซุกจงเกรงว่าทงอีกตรากตรำลำบากมานานอาจจะล้มป่วยจึงตามหมอหลวงมาดู อาการ แต่แล้วการที่รู้เรื่องทั้งหมดทำให้พระเจ้าซุกจงเย็นชากับพระมเหสี (อ๊กจอง) จนทำให้นางเริ่มสงสัย จากนั้นพระเจ้า ซุกจงก็นำหลักฐานที่ได้มาจากทงอีมอบให้กับศาลตรวจการ (ศาลที่ตรวจข้าราชการ) และเริ่มต้นตรวจสอบอ๊กจองกับขุนนางกลุ่มฝ่ายใต้



ตอนที่ 30

จางฮีเจถูกองครักษ์จับกุมตัวไปสอบสวนที่ศาลตรวจการ กลุ่มขุนนางฝ่ายใต้จึงเป็นห่วงว่าแผนใส่ร้ายอดีตพระมเหสีจะแดงขึ้นมา ในขณะที่พระเจ้าซุกจงได้เตือนให้อ๊กจองกลับใจเสีย แต่อ๊กจองกลับบอกว่าไม่เคยทำผิดต่อพระราชา



ตอนที่ 31

ในที่สุดทงอีก็ได้เป็นนางในถวายตัว ขึ้นเป็นซังกุงชั้นพิเศษ ทำให้กลุ่มฝ่ายใต้ไม่พอใจเป็นอย่างมาก อ๊กจองจึงได้ไปหาพระเจ้าซุกจงและตกลงแลกเปลี่ยนการยอมให้ทงอีเป็นซังกุงแลก กับการปล่อยตัวพี่ชายของตน ทงอีรู้สึกไม่คุ้นเคยกับการเป็นซังกุงและการมีเรือนที่พักของตน พระเจ้าซุกจงใช้แหวนหยกมาสารภาพรักกับทงอี แต่ทงอีกลับถอดชุดซังกุงแล้วหนีออกจากวังไป



ตอนที่ 32

แทซุกต้องการที่จะขับไล่ทงอีจึงสั่งให้มีการสืบที่มาของนาง ทางด้านอ๊กจองกับจางฮีเจที่ไม่รู้เรื่องบันทึกถึงลูกเป็นของปลอมก็กำลัง กังวลกับการรับรองรัชทายาทของทางต้าชิง ซอโยงกีกับชอนซูตัดสินใจที่จะเดินทางไปอึยจูเพื่อหาหลักฐานความผิดครั้งนี้ ขณะที่ในเรือนของทงอีกลับเกิดโรคติดต่อ และระบาดไปถึงตำหนักของว่าที่รัชทายาท จึงมีการปล่อยข่าวว่าทงอีคิดร้ายต่อ รัชทายาท



ตอนที่ 33

กลุ่มฝ่ายใต้เริ่มสงสัยที่หาข้อมูลประวัติของทงอีไม่ได้ ส่วนพระเจ้าซุกจงเองก็เป็นห่วงเรื่องที่พระมเหสีต่อต้านทงอี ขณะที่โรคประหลาดได้ติดต่อไปถึงเอจอง ทงอีพยายามที่จะหาต้นเหตุของโรค และพบว่าในครัวกลับเป็นสถานที่ที่ไม่มีนางในติดโรคนี้



ตอนที่ 34

ถึงแม้จางฮีเจจะมอบบันทึกฉบับปลอมให้กับต้าชิง แต่ทางต้าชิงกับยังให้การรับรองรัชทายาท พระเจ้าซุกจงเห็นชิมวูนเทคกลับมาที่เมืองหลวง จึงได้ขอให้คอยช่วยเหลือทงอี เพื่อที่จะสืบหาประวัติของทงอี อ๊ก จองจึงตัดสินใจเตรียมตั้งทงอีเป็นพระสนม



ตอนที่ 35

ทงอีสารภาพกับซอโยงกีว่าตนเองคือลูกสาวของหัวหน้ากลุ่มคอมเก เมื่อซอโยงกีรู้เรื่องเข้าก็เกิดลังเลว่าควรจะนำเรื่องนี้กราบทูลต่อพระเจ้า ซุกจงหรือไม่ ด้านกลุ่มฝ่ายใต้เองก็กำลังสืบหาประวัติของทงอี ขณะที่ทงอีเองก็เตรียมกราบทูลความจริงกับพระเจ้าซุกจง



ตอนที่ 36

เมื่อทูตต้าชิงบีบให้จางฮีเจมอบบันทึกการจัดกองกำลังชายแดนให้ พระมเหสีจางอ๊กจองจึงได้วางแผนให้จัดงานเลี้ยง เพื่อรวมคนของพวกทงอีทั้งหมดให้ไปออกงาน แล้วแอบส่งคนไปค้นหาบันทึกถึงลูก แต่ก็ถูกพวกของทงอีซ้อนแผน



ตอนที่ 37

เมื่อพระเจ้าซุกจงทราบว่าพระมเหสีอ๊กจองเกี่ยวข้องกับแผนการที่สมคบกับต้า ชิงทำให้เสียพระทัยมาก จึงมีรับสั่งให้จับตัวจางฮีเจ พระเจ้าซุกจงจึงคิดจะอาศัยโอกาสนี้ปฏิรูปราชสำนัก สุดท้ายเพื่อเอาตัวรอดโฮแทซุกกับกลุ่มฝ่ายใต้จึงตัดสินใจขายพระมเหสี



ตอนที่ 38

พระเจ้าซุกจงมีประกาศให้ปลดพระมเหสีอ๊กจอง แต่ให้คงตำแหน่งพระสนมฮีบิน ในขณะเดียวกันก็คืนตำแหน่งให้กับพระมเหสีอินฮอน เมื่อกลับมาดำรงตำแหน่ง พระมเหสีอินฮอนจึงได้เป็นกำลังสำคัญให้กับทงอี พร้อมกันนั้นทงอีก็ได้ตั้งครรภ์ในวันที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นพระสนมซุกวอน



ตอนที่ 39

ผ่านไปไม่นานทงอีก็ได้คลอดพระโอรสออกมา ทำให้พระเจ้าซุกจงมักไปที่ตำหนักโบคยองของทงอีอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งมีข่าวลือในวังว่าพระโอรสคนใหม่อาจจะมาแย่งตำแหน่งรัชทายาททำให้ อ๊กจองและมารดารู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง แต่แล้วจู่ ๆ ก็เกิดเหตุการณ์หัวหน้ากองสวัสดิการณ์ถูกสังหาร และผู้ที่ก่อการกลับเป็นคนที่ทำผ้าโพกหัวสัญลักษณ์กลุ่มคอมเกหล่นเอาไว้



ตอนที่ 40

ทงอีขอเดินทางไปยังเรือนประทับนอกวังที่พระมเหสีอินฮอนได้จัดไว้ แล้วร่วมมือกับชิมวูนเทคไปสืบยังบ่อนที่พวก ต้าชิงชอบไปเล่น เพราะสืบหาความหมายสัญลักษณ์มือที่ผู้ตรวจการณ์จางในอดีตได้ทิ้งไว้ ในขณะเดียวกันกลุ่มชนชั้นสูงก็ยังถูกสังหารอย่างต่อเนื่อง หลายคนคาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มคอมเก






ตอนที่ 41

การที่ทงอีถูกกลุ่มคอมเกคุกคาม ทำให้ได้พบกับแคดอราเพื่อนในสมัยเด็ก ชอนซูพยายามกล่อมแคดอราไม่ให้ฆ่าคนชั้นสูง แต่แคดอราไม่ยอมรับฟัง อีกด้านหนึ่งจางมูยอลได้นำเรื่องนักโทษฝ่ายใต้ที่ถูกเนรเทศนำทรัพย์สินไป ช่วยคนยากจนรายงานต่อ พระเจ้าซุกจง ทำให้พระเจ้าซุกจงคิดว่าควรจะปล่อยตัวหรือไม่



ตอนที่ 42

ทงอีที่ค่อย ๆ สืบรู้ความจริงในคดีคอมเกปีซินยู จนรู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังคือโฮแทซุกกับจางอ๊กจอง ในขณะที่จางฮีเจและกลุ่มฝ่ายใต้ได้กลับมายังเมืองหลวง ส่วนจางมูยอลก็จับเบาะแสได้ว่า ทงอีมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มคอมเก



ตอนที่ 43

ทงอีกราบทูลต่อพระเจ้าซุกจงว่าที่แท้ตนคือเชทงอี ไม่ใช่ชอนทงอี และเป็นลูกสาวหัวหน้ากลุ่มคอมเกในอดีต ส่วนเหล่าขุนนางก็มาร่วมกันทูลขอให้ประหารทงอี ในโทษฐานช่วยเหลือหัวหน้ากลุ่มคอมเกปัจจุบัน แต่พระเจ้าซุกจงไม่ยอมให้ทงอีได้รับอันตรายใดๆ



ตอนที่ 44

เจ้าเมืองฮันยางต้องการลงโทษทงอี จึงได้ไปจับตัวคนใกล้ชิดทงอีมา ทำให้ทงอีตัดสินใจไปมอบตัวแล้วสารภาพเรื่องทั้งหมดว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มคอม เก ในขณะเดียวกันพระโอรสของทงอีก็เกิดป่วยขึ้นมา และในที่สุดพระเจ้าซุกจงก็ประกาศ คำตัดสินใจคดีครั้งนี้



ตอนที่ 45

ทงอีออกมาอยู่นอกวัง 7 ปี จนกระทั่งพระโอรสกึมอายุ 6 ปี ในงานเลี้ยงในวัง รัชทายาททรงเป็นลม และหมอนัมที่รักษาบอกกับจางอ๊กจองว่ารัชทายาทไม่สามารถมีผู้สืบสกุลได้ ขณะที่พระมเหสีเริ่มแปลกใจที่อ๊กจองไม่ยอมให้หมอหลวงมาตรวจรัชทายาท ขณะที่กึมได้ติดตามเด็กที่จะได้เข้าวังในงานเลี้ยงพระราชทานให้เด็กชนชั้น ต่ำ เพื่อตามหาพระเจ้าซุกจง



ตอนที่ 46

พระเจ้าซุกจงปลอมตัวมาเป็นผู้ช่วยเจ้าเมืองเพื่อเล่นกับกึม ทำให้นึกถึงสมัยที่เคยปลอมตัวปลอกทงอี ขณะที่ท่าทีของ อ๊กจองที่มีต่อรัชทายาท ทำให้พระมเหสีสงสัยว่ารัชทายาทจะต้องมีปัญหาอะไร จึงตัดสินจะประกาศคัดเลือกชายาให้รัชทายาท ด้านแม่ของอ๊กจองเมื่อรู้ว่าพระเจ้าซุกจงแอบไปหาทงอีจึงได้จ้างคนไปวางเพลิง แต่กลับกลายเป็นข้ออ้างให้พระเจ้าซุกจงรับทงอีกับลูกกลับเข้าวัง



ตอนที่ 47

ทงอีกับกึมกลับมายังวังหลวง กึมได้รับการแต่งตั้งเป็นองค์ชายยอนอิง ส่วนทงอีได้รับการเลื่อนขั้นเป็นพระสนมขั้นที่สองนามซุกอึย เมื่อกึมรู้ความจริงว่าผู้ช่วยเจ้าเมืองก็คือพระบิดา จึงตกใจจึงวิ่งหนีไปหลบซ่อน จนพระเจ้าซุกจงต้องวางแผนหลอกให้ออกมา







ตอนที่ 48

กึมยังพยายามที่จะทำให้คิมกูซอนมาเป็นอาจารย์ของตนให้ได้ สุดท้ายคิมกูซอนก็ยอมเป็นอาจารย์ให้ เพราะยอมรับในคำว่าศึกษาเพื่อช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยาก พระมเหสีเริ่มวางแผนตามหาหมอผู้ช่วยหมอที่รักษารัชทายาท เพื่อสืบเรื่องของอ๊กจอง แต่สุขภาพกลับย่ำแย่ลงทุกที



ตอนที่ 49

ในที่สุดอาการป่วยของพระมเหสีก็ทรุดจนถึงขั้นไม่ได้สติ หมอหลวงบอกว่าหากฟื้นในสามวันก็อาจมีโอกาสรอด พระเจ้า ซุกจงรู้สึกผิดที่ไม่เคยดูแลพระมเหสีอย่างดี ขณะที่กึมยังต้องการไปหาว่านน้ำมาทำพวงมาลัยอวยพรให้พระมเหสี ก็ไปเจอป้ายกับตุ๊กตาที่ทำคุณไสยใส่พระมเหสี



ตอนที่ 50

พระมเหสีสิ้นพระชนม์ต่อหน้าพระเจ้าซุกจง เหล่าขุนนางจึงกราบทูลขอให้ตั้งอ๊กจองขึ้นเป็นพระมเหสี ขณะที่รัชทายาทกับกึมสนิทสนมกกันขึ้นทุกวัน รัชทายาทต้องการรู้ว่าตนเองป่วยเป็นโรคอะไร จึงแอบไปขโมยตัวยาแล้วมาเปิดตำราดู ด้านทงอีต้องการทำเพื่ออนาคตขององค์ชาย จึงได้ตัดสินใจไปพบกับอ๊กจอง



ตอนที่ 51

ทงอีบอกกับอ๊กจองว่าต้องการให้ลูกได้อิสระไม่ใช่อำนาจ แต่ก็ถูกอ๊กจองปฏิเสธ พระเจ้าซุกจงบอกกับทงอีว่า ถ้าทงอียอมรับ ก็จะถูกแต่งตั้งเป็นพระมเหสี แต่ทงอีก็ยังไม่ตัดสินใจ กึมกับรัชทายาทหนีออกไปเที่ยวเล่นนอกวัง รัชทายาทถูกเข้าใจผิดว่าเป็นขโมยจึงถูกจับ ทำให้ในวังต้องออกตามหา



ตอนที่ 52

อ๊กจองกับฮีเจใส่ความว่าการที่รัชทายาทออกไปจนเดือดร้อน เป็นความผิดของกึม ส่วนกึมเองเพื่อช่วยรัชทายาทจึงไปขอให้จูซิกกับยังดัลมาช่วย เมื่ออ๊กจองและขุนนางพยายามใส่ร้ายกึม รัชทายาทเองก็พยายามจะหาทางช่วยกึมให้ได้



ตอนที่ 53

หลังจากที่รัชทายาทได้บอกความจริงให้พระเจ้าซุกจงทราบว่าไม่สามารถมีทายาท ได้ ทำให้พระเจ้าซุกจงเสียพระทัย ขณะที่เรื่องที่นายหญิงยูนเคย จ้างคนวางเพลิงบ้านพักทงอี และกำลังวางแผนจะหนี แต่ก็ถูกจับตัวได้ก่อน จางอ๊กจองจึงวางแผนที่จะฆ่าทงอีกับลูกอีกครั้ง



ตอนที่ 54

ทงอีเข้าช่วยลูก ทำให้ถูกฟันและหมดสติไป เมื่อพระเจ้าซุกจงได้ยินก็รีบมาหาและสั่งให้จับตัวคนร้ายเพื่อหาตัวบงการให้ ได้ สุดท้ายจางฮีเจและอ๊กจองก็ถูกจับกุม



ตอนที่ 55

พระเจ้าซุกจงมีรับสั่งให้ประหารพระสนมฮีบินด้วยการกินยาพิษ คำขอร้องสุดท้ายของอ๊กจอง คือขอให้ทงอีช่วยคุ้มครองชีวิตของรัชทายาท การตายของอ๊กจองทำให้รัชทายาทเสียใจมาก ส่วนพระเจ้าซุกจงก็ทำตามความต้องการของทงอี คือคัดเลือกพระมเหสีคนใหม่ พระมเหสีอินวอน




ตอนที่ 56

เพื่อลบล้างข่าวลือในวังหลวง พระมเหสีอินวอนตัดสินใจให้องค์ชายยอนอินรีบอภิเษก ซึ่งตามกฎหลังอภิเษกแล้งต้องไปอยู่นอกวัง แต่เพื่อปกป้องกึม จึงขอให้ตนเองเป็นผู้คัดเลือกพระชายาให้ลูก



ตอนที่ 57

พระเจ้าซุกจงที่กำลังกลัดกลุ้มกับปัญหาของรัชทายาทกับองค์ชายยอนอิง ได้ยกเลิกราชกิจทั้งหมด หลังจากตรึกตรองอยู่นาน ก็ได้เรียกประชุมเหล่าขุนนางที่ท้องพระโรง ประกาศว่าคนที่จะมาครองราชย์ต่อจากพระองค์คือรัชทายาทองค์นี้เท่านั้น อีกทั้งยังประกาศจะให้พระสนมซุกบินออกจากวัง



ตอนที่ 58

ชอนซูพยายามรวบรวมกองกำลัง เพื่อป้องกันทงอีจากแผนชั่วของมูยอล ขณะที่พระมเหสีอินวอนได้มาพบทงอี เพื่อถามว่าทงอีมีเจตนาอันใดแอบแฝง ขณะที่มูยอลก็รีบไปหาพระมเหสีเพื่อขอให้จัดการสั่งให้ทงอีออกจากวังในทันที โดยวางแผนชั่วร้ายซ้อนเอาไว้



ตอนที่ 59

เมื่อจางมูยอลถูกจับกุม ขุนนางที่ร่วมก่อการจึงคิดจะทำลายหลักฐานแต่ถูกพระเจ้าซุกจงกับซอโยงกีจับ ได้ สุดท้ายจึงถูกลงโทษประหารชีวิต ด้านพระเจ้าซุกจงก็ยังคิดจะสละราชบัลลังก์ แต่พระมเหสีอินวอนได้คิดวิธีรับองค์ชายยอนอิงเป็นลูกบุญธรรม เพื่อให้พระเจ้าซุกจงไม่ต้องทิ้งราชสมบัติ



ตอนที่ 60

แม้พระเจ้าซุกจงจะคัดค้านการออกไปอยู่นอกวังของทงอี แต่สุดท้ายก็ไม่อาจขัดความตั้งใจนี้ได้ ในวันเดินทางรัชทายาทได้มาบอกว่าจะช่วยดูแลองค์ชายยอนอิงให้เอง และเมื่อทงอีออกมา ก็ได้ช่วยเหลือชาวบ้านทั้งหลายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม



เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:


สำหรับคนที่พลาดไม่ได้ดูทางทีวี
ติดตามดู ทงอี ย้อนหลัง พากย์ไทย ช่อง3 ได้ที่นี่!

อัพเดทให้ทุกตอน รอหน่อยนะจ๊าา ทางโคตรฮิตกำลังเร่งมือกันเต็มที่


ทงอี 27(Dong Yi) (วันเสาร์ที่ 20 ส.ค.54)


ทงอี 28 (Dong Yi) (วันอาทิตย์ 21 ส.ค.54)



ทงอี 29 (Dong Yi) (วันอาทิตย์ที่ 21 ส.ค.54)




ทงอี 30(Dong Yi) (วันเสาร์ 27 ส.ค.54)



ทงอี 31 (Dong Yi) (วันเสาร์ที่ 27 ส.ค.54)



ทงอี 32(Dong Yi) (วันอาทิตย์ที่ 28 ส.ค.54)



ทงอี 33 (Dong Yi)(วันอาทิตย์ที่ 28 ส ค 54)



ทงอี 34 (Dong Yi) เสาร์ 3 ก.ย.54



ทงอี 35 (Dong Yi) เสาร์ 3 ก.ย.54



ทงอี 36 (Dong Yi) (อาทิตย์ 4 ก.ย.54)


ทงอี 37 (Dong Yi) (อาทิตย์ 4 ก.ย.54)


ทงอี 38 (Dong Yi) (เสาร์ 10 ก.ย.54)


ทงอี 39 (Dong Yi) (เสาร์ 10 ก.ย.54)


ทงอี 40 (Dong Yi) (อาทิตย์ 11 ก.ย.54).wmv


ทงอี 41 (Dong Yi) (อาทิตย์ 11 ก.ย.54)


ทงอี 42 (Dong Yi) (วันเสาร์ 17 ก.ย.54)


ทงอี 43 (Dong Yi) (วันเสาร์ 17 ก.ย.54)


ทงอี 44 (Dong Yi) วันอาทิตย์ 18 ก.ย.54


ทงอี 45 (Dong Yi) วันอาทิตย์ 18 ก.ย.54


ทงอี 46 (Dong Yi) (เสาร์ 24 กย.54)


ทงอี 47 (Dong Yi) (เสาร์ 24 กย.54)


ทงอี 48 (Dong Yi) (อาทิตย์ 25 ก.ย.54)


ทงอี 49 Dong Yi อาทิตย์ 25 ก ย 54


ทงอี 50 (Dong Yi) เสาร์ 1 ต.ค.54


ทงอี 51 (Dong Yi) เสาร์ 1 ต.ค.54


ทงอี 52 (Dong Yi) อาทิตย์ 2 ต.ค.54.wmv


ทงอี 53 (Dong Yi) อาทิตย์ 2 ต.ค.54


ทงอี 54 (Dong Yi) เสาร์ 8 ต.ค.54


ทงอี 55 (Dong Yi) เสาร์ 8 ต.ค.54


ทงอี 56 Dong Yi อาทิตย์ 9 ต ค 54


ทงอี 57 Dong Yi อาทิตย์ 9 ต ค 54 pds



ทงอี 58 (Dong Yi) เสาร์ 15 ต.ค.54


ทงอี 59 (Dong Yi) เสาร์ 15 ต.ค.54


ทงอี 60 (Dong Yi) วันอาทิตย์ 16 ต.ค.54


ทงอี 61 (Dong Yi) วันอาทิตย์ 16 ตุลาคม.54.wmv


ทงอี 62 (Dong Yi) วันเสาร์ 22 ต.ค.2554


ทงอี 63 (Dong Yi) วันเสาร์ 22 ต.ค.54


ทงอี 64 (Dong Yi) วันอาทิตย์ 23 ต.ค.2554


ทงอี 65 (Dong Yi) วันอาทิตย์ 23 ต.ค.2554

ทงอี 66 (Dong Yi) วันเสาร์ 29 ต.ค.54

ทงอี 67 (Dong Yi) วันเสาร์ 29 ต.ค.54

ทงอี 68 (Dong Yi) วันอาทิตย์ 30 ต.ค.2554

ทงอี 69 (Dong Yi) วันอาทิตย์ 30 ต.ค.2554



ทงอี 70 (Dong Yi) วันเสาร์ที่ 5 พ.ย.54











ทงอี 71วันอาทิตย์ 6และเสาร์ 12 พ.ย.54



ทงอี 72 (Dong Yi) วันอาทิตย์ 13 พ.ย.2554


ทงอี 73 (Dong Yi) วันเสาร์ 19 พ.ย.54

ทงอี 74 (Dong Yi) ตอนจบ อาทิตย์ 20 พ.ย.54




ลีแดกิล นักล่า...หัวใจพยัคฆ์(The Slave Hunter)ซีรีย์ที่น่าจะมาแทนเรื่องทงอี



ที่มา : PINGBOOK ENTERTAINMENT, http://www.sisterme.net,www.bnsnews.com
วีดีโอ : Youtube,เปิดกองวิก3,เรื่องเล่าเช้านี้
เรียบเรียง : Ruengdd

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

เกี่ยวกับฉัน

กรุงเทพ, Thailand
เป็นฺเว็บที่รวบรวมเรื่องดี ๆ ที่อ่านแล้วประทับใจให้ข้อคิดและมีกำลังใจในการดำเนินชีวิตบนโลกอันวุ่นวายใบนี้